Home / Knowledge Center : Papers For Share / ประสบการณ์งานช่าง (2) โดย คุณประสงค์ ธาราไชย
ประสบการณ์งานช่าง (2) โดย คุณประสงค์ ธาราไชย

ผมคงโชคดีหรือยังไงไม่ทราบที่ได้มีโอกาสทำงานขนาดใหญ่เสมอ ๆ และทำงานจบจนทุกงาน แม้ออกมาตั้งบริษัทเองแล้วก็ยังต้องกลับไปช่วยงานที่ทำค้างอยู่จนเสร็จงานที่ได้รับมอบหมาย ผู้ใหญ่บอกว่าที่ผมโชคดีเสมอนี้เป็นเพราะผมไม่เคยลืมบุญคุณของอาจารย์ที่ได้ประสิทธิ์ประสาทวิชาและประสบการณ์ให้

การทำงานขุดดินลึกในการก่อสร้างระบบฐานรากในดินกรุงเทพฯ สมัยก่อนนี้ (พ.ศ. 2516) เป็นงานค่อนข้างยาก เพราะเครื่องมือยังไม่ดีเท่าสมัยนี้ Backhoe ก้านยาวไม่มี เข็มพืดกันดินพังก็ยังไม่ค่อยมีแพร่หลายและไม่มีให้เช่าเหมือนในปัจจุบัน งานขุดเพื่อก่อสร้างห้องใต้ดินลึกๆ สมัยนั้นก็มีธนาคาร ศรีนคร จำกัด สำนักงานใหญ่ที่สวนมะลิ อาคารราชดำริอาเขต (ซึ่งรื้อไปแล้ว) และอาคารแอสแคป เท่านั้น

หลังยุคฟองสบู่แตก เมื่อประมาณกลางปี พ.ศ. 2540 ผมได้ประสบการณ์อันเจ็บปวดเพิ่มขึ้นมาก ลูกค้าคนที่เคยคบกันดีๆ กลับมีอันหาเรื่องไม่จ่ายค่าบริการเอาดื้อๆ บางคนหาเรื่องติงานเพื่อจะได้ไม่ต้องชำระค่าบริการ บางคนก็บอกฝากคนอื่นมาว่า ผมได้มามากแล้ว...? แต่หลายคนก็ดีใจหายบอกสถาน-การณ์ที่ตรงไปตรงมาแบบสุภาพบุรุษที่มีศักดิ์ศรี บางคนขอชำระเพียงบางส่วน บางคนขอผ่อนชำระ ซึ่งผมขอคารวะบุคคลเหล่านี้ อยากจะเอ่ยนามให้ปรากฏเป็นตัวอย่าง แต่คิดว่าท่านเหล่านั้นคงไม่มีความประสงค์เช่นนั้น เงินที่ถูกโกงไปโดยที่เจ้าของงานไม่ยอมจ่ายนั้น ถ้าคิดเป็นจำนวนเงินก็ไม่น้อย ก็คงจะต้องคิดในแง่ดีว่าเป็นเรื่องของบุญกรรม แต่บุคคลเช่นว่านี้ เขาจ่ายให้เฉพาะคนที่ไปโวยวายจะเอาเรื่องเท่านั้น เรื่องของการโวยนี้ ฝรั่งเขาถือว่าเป็นการรักษาสิทธิ์อันพึงมีของเรา ... เมื่อครั้งผมที่ไปเยี่ยมลูกที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเดินทางไปกับบริษัทการบินขนาดใหญ่ของประเทศเขา ปรากฏว่าสายการบินนำกระเป๋าส่งถึงผมช้าไปประมาณ 2 วัน เมื่อผมไปเรียกร้องสิทธิ์ เพราะในระหว่างที่รอกระเป๋าอยู่นั้น ผมก็จำเป็นต้องมีการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า จึงต้องไปซื้อเสื้อผ้ามาเปลี่ยน ซึ่งบริษัทการบินแห่งนั้นเขาก็จ่ายค่าเสื้อผ้าให้เท่าที่เราซื้อไปจริง โดยดูจากใบเสร็จรับเงินค่าเสื้อผ้านั้น ๆ และเลื่อนชั้นของตั๋วให้สูงขึ้นหนึ่งขั้น เป็นการปลอบขวัญเมื่อตอนเดินทางกลับ ต่อมาผมเดินทางไปอเมริกาอีกครั้ง คราวนี้ใช้บริการของสายการบินไต้หวัน ปรากฏว่าเครื่องบินออกเดินทางจากสนามบินดอนเมืองล่าช้ากว่ากำหนด 4 ชั่วโมง ทำให้ผมไปต่อเครื่องบินที่ไต้หวัน เพื่อจะบินต่อไปยังสหรัฐอเมริกาไม่ทัน จึงต้องค้างคืนที่ไต้หวัน ซึ่งทางสายการบินเขาให้พักที่โรงแรมและมีอาหารให้ 2 มื้อ แต่ไม่ให้ค่าชดเชยอะไรเลยเกี่ยวกับเสื้อผ้าที่อาจจะต้องมีการผลัดเปลี่ยน เมื่อผมและผู้โดยสารหลายคนทวงสิทธิ์ในเรื่องเสื้อผ้า เขาก็พาไปเอาเสื้อผ้าที่กระเป๋าของเรา ณ จุดที่เขาเก็บรักษาไว้ ส่วนคนที่ไม่ทวงถามก็ไม่ได้รับการบริการดังกล่าวแต่อย่างใด โลกนี้ช่างไม่ยุติธรรมเสียเลยหนอ... หลังยุคเศรษฐกิจฟองสบู่แตก บริษัทวิศวกรที่ปรึกษาล้มหายตายจากไปเยอะ แต่บริษัทของผมยังอยู่ได้ เพราะเรามีพนักงานที่มีวิญญาณของนักบริการอย่างแท้จริง เราได้พยายามจัดระบบงานจนได้ใบรับรองมาตรฐานคุณภาพ ISO 9002 และเน้นการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างดีที่สุด โดยเฉพาะลูกค้าที่ไม่เคยโวย ยิ่งต้องดูแลเป็นพิเศษ และถือเป็นบุญคุณที่จ้างเราทำงานด้วย เลยทำให้เรามีงานไม่หยุดกระทั่งบัดนี้...

ในยุคเศรษฐกิจฟองสบู่นั้น การก่อสร้างมีมากมายจนวัสดุขาดแคลน คนงาน ช่างเทคนิค ตลอดจนวิศวกรก็ขาดแคลน ช่วงนั้นจึงเป็นยุคทองของผู้รับจ้างก่อสร้างและผู้ขายวัสดุ อาชีพทุกอาชีพถือว่ารุ่งเรืองถึงขีดสุด อาคารสูงที่สุดในประเทศไทยก็เกิดขึ้นในยุคนั้นและบริษัทของผมได้มีโอกาสรับใช้ให้บริการเจ้าของโครงการในฐานะของผู้ควบคุมงานโครงสร้าง

ที่ผมเขียนเรื่องนี้เป็นเพราะมีเวลาว่างมาก เนื่องจากการที่เครื่องบินที่ผมใช้บริการเพื่อเดินทางไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา โดยแวะเปลี่ยนเครื่องที่ไต้หวันต้องเสียเวลา เพราะได้รับอิทธิพลจากพายุไต้ฝุ่นเมื่อวันพุธที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2543 เนื่องจากพายุไต้ฝุ่นบิลลิส (Billis) พัดเข้าเกาะไต้หวันเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ผ่านไปยังแผ่นดินใหญ่จีนในวันที่ 22 สิงหาคม ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตมนุษย์ทำให้มีคนตาย 11 คน บาดเจ็บ 101 คน สูญหาย 3 คน และบ้านเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้กว่าล้านหลังคาเรือน ส่วนผลที่กระทบต่อการเดินทางของผม คือ เครื่องบินที่ออกจากกรุงเทพฯ ไปยังสนามบินเจียงไคเช็คต้องออกเดินทางล่าช้ากว่ากำหนดเดิมถึง 4 ชั่วโมง ทำให้ผมต่อเครื่องบินช่วงต่อไปจากไต้หวันถึงสหรัฐอเมริกาไม่ทัน เป็นเหตุให้ผมต้องพลาดนัดกับลูกชาย ซึ่งได้นัดกันก่อนหน้านี้แล้ว และที่ผมกังวลมาก ก็คือ ผมและลูก-ชายได้นัดแนะกันแล้วต่างคนต่างก็ออกเดินทาง เพื่อที่จะมาพบกัน ดังนั้นการติดต่อระหว่างกันจึงลำบากมาก เนื่องจากอยู่ในช่วงการเดินทางทั้ง 2 ฝ่าย

ผมเคยเล่าในเรื่องก่อนๆ แล้วว่า งานก่อสร้างของ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด สำนักงานใหญ่ ถนนสีลม มีการแยกสัญญาจ้างมากที่สุดและเป็นงานที่เริ่มระบบการบริหารแบบใช้ CM for fee เป็นยุคแรกๆ กล่าวคือ วิศวกรที่ปรึกษาทำหน้าที่ทั้งผู้ควบคุมการก่อสร้างและผู้จัดการงานก่อสร้าง ไปด้วยพร้อมๆ กัน โดยเป็นคนละกลุ่มกับผู้ออกแบบ ถ้าให้แยกสัญญาหมด และเจ้าของซื้อของเองด้วย เจ้าของก็เป็นผู้รับเหมาใหญ่เสียเองนั่นแหละครับ..

ในการประกวดราคาหาผู้รับจ้างก่อสร้างต้องมีหลักประกันหลายอย่าง ตั้งแต่หลักประกันการประกวดราคาหรือประกันซอง หลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา หลักประกันเพื่อการปฏิบัติตามความรับผิดชอบเรื่องความชำรุดบกพร่องของงาน ในช่วง 1 หรือ 2 ปี เป็นต้น ถ้ามีการชำระเงินล่วงหน้า ก็ต้องมีหลักประกันการชำระเงินล่วงหน้าอีก ผู้ที่ต้องหาหลักประกันส่วนมากก็จะให้ธนาคารออกหนังสือค้ำ-ประกันแบบนี้ให้ตามรูปแบบที่เจ้าของงานกำหนด โดยธนาคารก็ใช้หลักประกันจากผู้ขอเป็นทรัพย์สิน ที่ดิน หรือเงินฝากประจำ แล้วแต่การพิจารณาของธนาคารนั้น ๆ เพื่อเป็นหลักประกันว่า หากผู้ที่มาขอให้ธนาคารค้ำประกันเบี้ยว ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในสัญญาค้ำประกันแล้ว เมื่อธนาคารถูกเรียกร้องให้ชำระเงินแทนตัวการ ธนาคารจะได้ไม่เจ็บตัว แต่ถ้าหลักประกันดังกล่าวน้อยกว่าภาระการค้ำประกันแล้ว ผู้ที่มาขอให้ธนาคารทำหลักประกันเจ๊งหรือเลิกกิจการไป ทรัพย์สินหรือที่ดินที่ใช้เป็นหลักประกันกับธนาคารมีค่าน้อยกว่าภาระหนี้มาก ๆ ก็จะเป็นโครงการ NPL กันดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน (พ.ศ. 2543) นั่นแหละครับ...

นักบริหาร นักการตลาด ในมุมมองของฝรั่งชาติอเมริกัน จะมองโลกในภาพรวม และมีงานวิจัยรองรับในทุกๆ ด้าน แม้แต่จะวิจัยว่า คนวัยไหนเขาแสวงหาอะไรกัน เขาก็ว่าไว้ดังนี้ครับ วัยเด็ก ไม่แสวงหาอะไร สนุกไปตามเรื่องตามราว วัยรุ่น 13 ? 19 ปี แสวงหาความสดใส วัยหวาน (Strength) 20 ? 29 ปี แสวงหาความรู้ (Knowledge) 30 ? 39 ปี แสวงหาความมั่นคง (Wealth) 40 ? 49 ปี แสวงหาสุขภาพ (Health) 50 ? 59 ปี แสวงหาความสงบ (Peace) 60 ? 69 ปี แสวงหาการพักผ่อนหลังเกษียณ (Retirement) 70 ปี ขึ้นไป แสวงหาพระเจ้า (God) เมื่อเขารู้ว่าวัยไหนต้องการอะไร เขาก็ทำธุรกิจเพื่อสนองรับความต้องการในวัยนั้น ๆ เขาก็รวยสิครับ... ผมลองเทียบวัยของไทยเราซึ่งมีผู้ผูกเรื่องเป็นนิทานไว้ว่า เมื่อสมัยที่พระเจ้าสร้างโลก สรรพสัตว์ทั้งหลายรวมทั้งมนุษย์ พระเจ้าให้มีอายุเท่ากัน คือ 25 ปี บรรดา วัว ควาย หมู หมา ลิง ฯลฯ ต่างก็บอกว่ามากไปทั้งนั้น ต่างก็ขอลดเหลืออย่างละ 15 ปีก็พอ ส่วนมนุษย์จอมโลภมากกลับขอพระเจ้าว่า ทุก 10 ปี ที่สัตว์ทั้งหลายขอลดไปนั้น ขอเอามาเพิ่มให้กับมนุษย์ทั้งหมด ซึ่งพระเจ้าก็ทรงเมตตาประทานให้ ดังนั้นเมื่อมนุษย์เลยอายุ 25 ปี ของการเรียนรู้และแสวงหาของมนุษย์แล้ว มนุษย์จึงต้องทำงานหนักอย่าง วัว ควาย ตะกละตะกลามอย่างหมู หวงของอย่างหมา และซุกซนอย่างลิง แล้วแต่ว่ามนุษย์ผู้นั้นจะใช้ชีวิตช่วงไหนเป็นอย่างสัตว์ชนิดใด เรามองกันในแง่สนุกสนาน เขามองในแง่ธุรกิจน่าคิดไหมครับ...

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2542 เวลา 9.09 นาฬิกา ได้มีพิธีกดปุ่มเพื่อให้หัวขุดเจาะอุโมงค์สำหรับขุดอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นรถฟ้าใต้ดินแห่งแรกของประเทศไทย และได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า ?รถไฟฟ้าใต้ดิน สายเฉลิมรัชมงคล? วิ่งระหว่างหัวลำโพง ? บางซื่อ มีระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร ประกอบด้วยสถานีต่าง ๆ 18 สถานี ซึ่งพีธีที่ว่านี้ เป็นการสั่งให้หัวขุดเจาะอุโมงค์ทำงานเป็นปฐมฤกษ์ โดยมี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นายชวน หลีกภัย ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีและเป็นผู้กดสวิทช์ให้หัวขุดดังกล่าวทำงานเป็นครั้งแรก

เมื่อไม่กี่ปีมานี้ ผมได้มีโอกาสไปร่วมงานสังสรรค์ปีใหม่ที่บริษัทท่าอากาศยานกรุงเทพฯ จำกัด จัดขึ้น โดยไปในฐานะของตัวแทน 4 สมาคม คือ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย สมาคมวิศวกรที่ปรึกษา สมาคมสถาปนิกสยาม และสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ซึ่งผมได้รับเกียรติให้ทำหน้าที่ที่ปรึกษาของประธานกรรมการบริหารบริษัทท่าอากาศยานแห่งใหม่ จำกัด และได้มีโอกาสพบกับ พลเอก ปรีชา และได้แลกเปลี่ยนข้อมูลสนุก ๆ กัน โดยเฉพาะในเรื่องเกี่ยวกับภาษา เช่น มีผู้แปลประโยคภาษาอังกฤษที่ว่า ?Company Commander Shouts, Fire !!? ว่า ?ผู้จัดการบริษัทร้องตะโกนว่า ไฟไหม้ !? หรือบางคนก็แปลว่า ?ผู้จัดการบริษัทร้องตะโกนว่า? ไล่มันออกเลย??

สำนวนไทยสำนวนหนึ่งที่ต้องการจะกล่าวถึงการกระทำ ซึ่งใครสักคนทำให้งานล่าช้า ท่านว่า ผู้นั้นกระทำการ ?ดึงขากางเกง? ซึ่งฟังดูออกจะลูกทุ่งหน่อย แต่ให้ความหมายได้ชัดเจนที่ไม่ต้องอธิบายความกันมาก และถ้าทำกันหลายคนเป็นขบวนการก็น่าจะเรียกว่า ?ขบวนการดึงขากางเกง? ได้ ใช่ไหมครับ ? อ้อ !? ห้ามตอบว่า ?ไม่ใช่?? เพราะจะทำให้คนเขียนจะเสียกำลังใจ และถ้าตอบอย่างนั้นก็ไม่ต้องอ่านต่อแล้วละครับ

ครั้งหนึ่งนานมาแล้วคุณอำนาจ อินทรสุขศรี วิศวกรโยธาอาวุโสที่ผมเคารพนับถือ ได้เล่าให้ผมฟังว่า วิศวกรของท่านนายหนึ่งเป็นชาวเดนมาร์ก รับหน้าที่เป็นวิศวกรสนาม เมื่อเขาสั่งงานกับหัวหน้าปั้นจั่น ตอกเข็ม ให้ปฏิบัติงานให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ เขากลับได้รับคำท้าทายเชิงสบประมาทว่า ให้ลองทำให้ดูสักที ซึ่งแน่ละ?วิศวกรผู้นี้ก็ทำไม่ได้ และไม่ว่าใครก็คงทำหน้าที่ที่ไม่ใช่หน้าที่ของตัวเองได้เช่นกัน แต่ด้วยความที่เป็นคนหนุ่มใจร้อน วิศวกรผู้นี้จึงขอลาออกยอมไปฝึกงานเป็นหัวหน้าปั้นจั่นเสียเอง เพื่อจะได้ลงมือทำเอง และมาสั่งงานช่างที่สบประมาทตนผู้นั้น การกระทำแบบนี้เป็นการค่อนข้างจะเสียเวลา และไม่ค่อยน่านิยมเท่าไรในความคิดของผม

คนเรายิ่งทำงานมากยิ่งมีประสบการณ์มาก อาจจะทำผิดๆ มามากด้วย จึงมีคำโบราณกล่าวว่า ?ผิดเป็นครู รู้เป็นศิษย์? หรือ ?รู้เป็นศิษย์ผิดเป็นครู? อะไรเทือกนั้น?ไม่มีใครว่า ถ้าทำผิดแล้วรู้จักแก้ไข แล้วไม่ทำผิดอย่างเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก ถ้าเป็นอย่างนั้นไม่ใช่ผิดเป็นครูแน่นอน ในปัจจุบันการเรียนการสอนในระดับปริญญาโทของฝรั่งจะให้การศึกษาโดยกรณีศึกษา หลายๆกรณีเป็นการศึกษาเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้อื่น โดยให้โอกาสนักศึกษาได้วิจารณ์ หาข้อสรุปในปัญหาต่าง ๆ เอาเองตามความคิดของผู้ศึกษา แล้วอาจารย์จึงเฉลยว่า ของจริงเขาแก้ปัญหากันด้วยวิธีใด สำเร็จหรือไม่ เพราะเหตุใด การเรียนการสอนวิธีนี้ น่าจะเอาสุภาษิตโบราณของเรามาเติมได้ว่า ?ผิด (ของคนอื่น) เป็นครู? ก็น่าจะเข้ากันได้ดี

ตำแหน่งหน้าที่การงานที่เราทำอยู่ มักจะได้รับการพูดถึงในลักษณะที่เรียกว่า ?ตำแหน่งหัวโขน? นั่นคือ ขณะที่เราทำงานเราย่อมจะได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาของเราในองค์กรให้ทำหน้าที่ต่างๆ ซึ่งเราก็ควรทำหน้าที่ของเราให้ครบถ้วนและถูกต้อง จึงจะประสบความสำเร็จในตำแหน่งหน้าที่นั้น ถ้าเราแสดงบทบาทของเราไม่ถูกตามตำแหน่งหัวโขนที่ถูกมอบหมายให้ ก็ย่อมไม่มีความก้าวหน้า และไม่ได้รับความเชื่อถือ ยกย่องตามตำแหน่งหน้าที่นั้น ๆ เรียกว่าไม่มี ?ตัวโขน? อยู่ภายใต้หัวโขนนั้น ๆ นั่นเอง

กิจกรรมสะสมระยะทางบินนั้น เป็นกิจกรรมส่งเสริมการขาย ซึ่งเกือบทุกสายการบินได้ถือปฏิบัติกันทั่วไป เป็นการดึงลูกค้าให้ใช้บริการของตน โดยการให้ผู้โดยสารสมัครเป็นสมาชิกบัตร แล้วสะสมระยะทางที่บิน เมื่อใช้สายการบินนั้นๆ ทุกๆ เที่ยวบิน แต่เนื่องจากสายการบินทุกสายไม่ได้บินไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก ดังนั้นบริษัทสายการบินบางแห่งจึงได้รวมตัวกันเป็นพันธมิตรการค้าขึ้น เพื่อที่จะได้ไม่บินทับเส้นทางกัน และยังเปิดโอกาสให้ผู้โดยสารที่เป็นสมาชิกให้สามารถสะสมระยะทางการบินข้ามสายการบินกันได้อีกด้วย และเมื่อผู้โดยสารเดินทางได้ระยะทางสะสมตามที่กำหนด ผู้โดยสารก็จะได้รับรางวัลให้เดินทางฟรีหรือเลื่อนชั้นของตั๋วโดยสาร ตามแต่ระยะทางที่สะสมและเงื่อนไขที่สายการบินแต่ละสายได้กำหนดไว้

Home | PPS | PPS Design | Project | Investor Relations | Technical Papers | News | Contact us | Career | Downloads
site by: PIC